fbpx
  • Mon - Fri: 9:00 - 18:30

Talent ไม่ใช่พร(สวรรค์)หรือคำสาป แต่มันคือ ‘พลัง’ ที่เราต้องรับผิดชอบ โดย ครูเวย์

ลองจินตนาการว่าคุณตื่นเช้าขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองมีพละกำลังมหาศาลเหมือนซูเปอร์แมนหรือ The Hulk เพียงแค่แตะเบา ๆ รถก็ปลิวขึ้นฟ้า แค่กระโดดขึ้นจากพื้นก็พุ่งทะยานไปถึงออฟฟิศที่อยู่ห่างออกไปเกือบยี่สิบกิโลเมตรได้อย่างสบาย ๆ
.

คุณจะรู้สึกอย่างไรครับ
* * *
.

ถ้าคิดแบบเร็ว ๆ คุณก็น่าจะรู้สึกและคิดคล้ายผมนั่นคือ “เยี่ยมไปเลย” และ “ต่อไปนี้ชีวิตของเราคงจะง่ายขึ้นเยอะเลย” ใช่ไหม
.

แต่ก็อย่างที่คุณลุงเบน ลุงของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ พ่อหนุ่มที่กลายไปเป็นสไปเดอร์แมนในเวลาต่อมาเคยพูดกับหลานชายคนนี้เอาไว้ว่า
“พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”
.

พลังที่เราได้รับจะกลายเป็นคำสาปซึ่งอาจนำไปสู่การควบคุมไม่ได้ การไม่ได้ใช้พลังนั้นให้เป็นประโยชน์ และท้ายที่สุดคือสูญเสียมันไป หากเราปราศจาก ‘ความรับผิดชอบ’ ต่อพลังนั้น
* * *
.

Talent หรือ พรสวรรค์ของพวกเราก็ไม่ต่างอะไรจากพลังของยอดมนุษย์เหล่านั้น นักเรียนของผมหลายคนที่รู้ Talent ของตัวเอง จนมองเห็น เข้าใจ และยอมรับ Genius ของตัวเอง รับผิดชอบต่อพลังนั้นโดยการศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตัวเองต่อไปในวิถีทางของตัวเอง
.

แต่ก็มีนักเรียนอีกส่วนหนึ่งที่เพียงแค่รับรู้แล้วไม่ได้ยึดมั่นตลอดจนปล่อยปละละเลยให้มันค่อย ๆ แห้งเหี่ยวเฉาตายไปทีละน้อย
* * *
.

ถ้าคุณคือ Creator คุณต้องฝึกคิดสร้างสรรค์ ออกไอเดีย สร้างนวัตกรรม
.

ถ้าคุณคือ Star คุณต้องฝึกสื่อสารในวงกว้าง(โปรโมท) และสร้างแบรนด์
.
ถ้าคุณคือ Supporter คุณต้องฝึกสร้างความสัมพันธ์และเชื่อมโยงผู้คน
.
ถ้าคุณคือ Deal Maker คุณต้องฝึกบริหารจัดการข้อตกลงระหว่างคนสองคน
.
ถ้าคุณคือ Trader คุณต้องฝึกจับจังหวะในการซื้อ ขาย และจังหวะในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิผลที่ดีที่สุด
.
ถ้าคุณคือ Accumulator คุณต้องฝึกเก็บรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น
.

ถ้าคุณคือ Lord คุณต้องฝึกสร้างระบบจากข้อมูลทั้งหมดที่คุณมี
.

และถ้าคุณคือ Mechanic คุณต้องฝึกพัฒนาต่อยอดสิ่งที่มีอยู่โดยการตัดทอนสิ่งรกเรื้อที่ไม่จำเป็นออกไป
.
(ทั้งหมดนี้มาจากศาสตร์ Talent Dynamics สนใจข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Genius School Thailand)
* * *
.

การรู้จักตัวตน พรสวรรค์ และจุดแข็งของตัวเองแล้วไม่รับผิดชอบที่จะพัฒนามันให้แข็งแกร่งเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้อื่นก็คงไม่ต่างอะไรกับ ‘วิล’ ชายภารโรงที่สามารถแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยากในระดับนักศึกษาหัวกะทิของสถาบัน M.I.T. ยังคิดไม่ตกได้ แต่เขากลับปล่อยให้ชีวิตอยู่ไปวัน ๆ โดยไม่คิดที่จะนำพรสวรรค์นี้ไปช่วยผู้อื่น
.

จนวันหนึ่ง ชักกี้ เพื่อนสนิทของวิลก็อดรนทนไม่ไหว ชักกี้เข้ามาโพล่งใส่วิลอย่างมีอารมณ์ว่า “แกไม่ได้เป็นเจ้าของพรสวรรค์นั้นคนเดียวนะเว้ย แต่แกเป็นเจ้าของมันเพื่อชั้น เพื่อทุกคนบนโลกใบนี้ด้วย”
.

“สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักพรสวรรค์ตัวเองอย่างชั้นที่ต้องตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอายุห้าสิบปีแล้วแต่ยังต้องทำงานงี่เง่าแบบนี้ต่อไปเพราไม่รู้จักตัวเอง การที่แกทำแบบนี้เท่ากับดูถูกคนอย่างชั้นที่มีอยู่เป็นล้านบนโลกใบนี้มากนะเว้ย”
.

ใช่ครับ ถ้าคุณยังไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้ว่าพรสวรรค์ของคุณคืออะไร คุณสามารถเลือกที่จะเดินมาหาผมได้
.

แต่ถ้าคุณรู้สิ่งเหล่านั้นแล้ว คุณก็ตัดสินใจเลือกดูแล้วกันว่าจะ ‘รับผิดชอบ’ ต่อพลังนั้นเพื่อตัวคุณเอง และเพื่อคนอีกหลายล้านคนบนโลกใบนี้หรือเปล่า
* * *
.

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top