ลูกมีไอเดียทำธุรกิจ พ่อแม่ควรสานต่ออย่างไร

ลูกมีไอเดียทำธุรกิจ พ่อแม่ควรสานต่ออย่างไร

พ่อครับ เรามาทำน้ำมะนาวขายกันไหมครับ เมื่อคุณได้ยินคำพูดนี้ คุณรู้สึกอย่างไรบ้างครับ แน่นอนที่จะต้องเกิดความสงสัย ความข้องใจ ข้อควรระวังมากมาย ระคณอยู่กับความภูมิใจ ลูกเราคิดได้ เอหรือว่าลูกเราจะแค่ทักขึ้นมาเล่นๆ กันนะ

 

ในฐานะพ่อแม่ สิ่งที่ถ้าคุณทำแล้วจะเลวร้ายต่อลูกมาที่สุดก็คือ การขโมยการเรียนรู้ของลูกนั่นเอง ย้ำไว้กับตัวเองเสมอว่า ทุกสิ่งรอบตัวคือโอกาสในการเรียนรู้ของลูกเรา การทำน้ำมะนาวขายนี้ก็เช่นกัน หยุดครับ หยุดเลย อย่าเอาความคิดว่านั่นมันจะทำให้เราเหนื่อยทำเราลำบาก หรือความรู้สึกว่ามันจะต้องยากแน่ๆในงานนี้ของตัวเอง มายับยั้งการเรียนรู้ของลูก เพราะการขายของ หรือ ไอเดียการทำธุรกิจนี่ล่ะคือสิ่งที่ ศตวรรษที่ 21 ต้องการ 

 

เรามาดูกันดีกว่าว่า แล้วอะไรล่ะที่พ่อกับแม่ควรทำ แน่นอนว่าเราจะไม่ไปขัดขวางแนวคิด แต่เรามีหน้าที่ในการปรับจูนให้สิ่งที่คิดมันอกมาสู่โลก ในส่วนนี้ขอพูดถึงเด็กๆช่วง 6-15 นะครับ ถ้าโตกว่านั้นปแล้วบอกได้เลย ให้เค้าได้ทดลองครับ หน้าที่คุณแม่กำหนดเรื่องงบประมาณไว้ก็พอ ที่เหลือให้เค้าจัดการเอาเอง 

 

ผมต้องการขายน้ำมะนาวให้กับคนในหมู่บ้านนี้ ตั้งโต๊ะขายที่หน้าบ้าน 

 

สิ่งที่ พ่อแม่จะทำกับลูก เมื่อลูกมีไอเดียธุรกิจมีดังนี้ 

 

1. What หาภาพเป้าหมายที่ชัดเจน

ชวนคุยเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและตรงกัน ให้ลูกเล่าออกมาครับว่าเค้าคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงอยากทำ ในส่วนนี้คุณแม่ไม่ต้องออกความเห็นนะครับ ฟังอย่างตั้งใจก็พอแล้ว ถ้าจะดีลองวาดแผนอนาคตออกมาเป็น mind map หรือขีดเขียนอะไรก็ได้ ที่ทำให้เค้าสามารถสื่อสารออกมา

 

2. Who ทำขายใครดี อยากเล่นกับใครบ้าง

เมื่อได้ภาพชัดแล้วว่าลูกต้องการขายน้ำมะนาว ก็เริ่มมาต่อที่ว่าจะขายให้กับใครบ้าง เพื่อจะได้เป็นกลุ่มแรกๆที่เราจะไปเชิญชวนมาเมื่อถึงวันที่เราทำจริง

 

3. Where ขายที่ไหน ตั้งตรงไหน

คุยกันต่อว่า ขายที่ไหน เป็นตั้งโต๊ะ หรือ ส่งให้ถึงหน้าบ้านลูกค้า นี่คือจุดสำคัญ หากคุณฟังอย่างตั้งใจ คุณจะเจอความน่ารักในตัวลูกคุณที่คุณอาจจะไม่เคยได้ยินมานาน

 

4. How ขายอย่างไร มีกระบวนการอะไรภายในบ้าง

มาถึงส่วนสำคัญแล้วล่ะครับ ต้องทำอะไรบ้างให้ได้น้ำมะนาวนั้นมา งานนี้หลายอย่างจะเป้นสิ่งที่เกินความสามารถของเด็ก หน้าที่เราคือถามเค้าว่าต้องให้แม่ช่วยอะไรบ้างคะลูก ถึงจะขายได้ แล้วหนูทำหน้าที่อะไร ใครช่วยอะไรตรงไหน ซึ่งตรงนี้ล่ะ เมื่อคุณแม่ได้ฟังเค้ามานานพอ ก็ถึงเวลาเสนอความเห็นได้บ้าง ถ้าทั้งหมดที่ลูกคิดมามันสามารถทำได้ ก็จัดไปเลยครับ แต่มันยิ่งใหญ่เกินไป อาจจะชวนคิดในแนว แม่ว่าลองปรับ ขยับมาทดลองแบบไหนที่ถนัดก่อน หรือที่พอทำได้ก่อนได้ไหม ใช้ของที่มีอยู่ก่อน เป็นต้น

 

จากนั้นก็ให้เกิดการทดลองจริง ได้ทำจริง อย่าให้ความคิดของเค้าหายเข้าไปในกลีบเมฆ เป้าหมายของไอเดียธุรกิจเล็กๆตรงนี้ วันนี้อาจจะไม่ใช่การทำเงิน แต่มันคือการเรียนรู้ และประสบการณ์ที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ 

 

สิ่งที่พ่อแม่จะได้รับจริงๆ คืออะไร หากลูกของตัวเองได้ลองทำธุรกิจส่วนตัวขึ้นมาตั้งแต่ยังเด็กอยู่ โดยมีเราเป็นผู้ช่วย ตัวเคุณน่าจะคิดออก และสำหรับเด็กๆนั้น เค้าจะได้รับหลายสิ่งในชีวิตที่หาเรียนที่อื่นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ความไว้เนื้อเชื่อใจ ที่รู้สึกได้ว่า คนที่บ้านรักและเป็นห่วง รับฟัง เข้าใจถึงคำว่าครอบครัว ได้เข้าใจว่าการทำธุรกิจ มีความรู้สึกอย่างไร เข้าใจการเปลี่ยนจินตนาการมาสู่โลกแห่งความจริง และสิ่งที่จะถือว่าโชคดีมากๆเลยถ้าหากธูรกิจนั้นไปไม่รอดในครั้งแรกๆ นั่นก็คือ ประสบการณ์ของการล้มแล้วลุก ล้มแล้วสู้ใหม่ ความไม่ยอมแพ้ตรงนี้ล่ะที่จะเป็นอาวุธติดตัวเค้าไปในยามที่เติบโต นั่นเอง

 

ลูกมีไอเดียทำธุรกิจ พ่อแม่ควรสานต่ออย่างไร

นุกูล ลักขณานุกุล

PERSONALIZE PATHWAY CURRICULUM LEADER

ผู้แปลหนังสือมั่งคั่งระดับตำนาน หนังสือเพื่อมุ่งเข้าใจตัวตน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับโลก ในศตวรรษที่ 21