สอนลูกให้ I CAN สำคัญกว่า IQ

สอนลูกให้ I CAN สำคัญกว่า IQ

เชื่อหรือไม่ IQ TEST ถูกออกแบบมาใช้ครั้งแรกในโลกในช่วงต้นปี 1900 สำหรับคัดแยกเด็กมีปัญหาในการเรียน (Retard) หรือ เรียกเข้าใจง่ายๆ ว่ากลุ่มเด็กปัญญาอ่อนออกจากเด็กปกติที่เกียจคร้าน! ผู้ออกแบบคือ Alfred Binet กับ Theodore Simon ซึ่งได้รับโจทย์จากรัฐบาลฝรั่งเศสให้ทำเพื่อคัดแยกที่ต้องการการช่วยเหลือเป็นพิเศษในการเรียนออกจากเด็กปกติ หลังจากนั้น TEST ที่ทั้งสองคิดค้นเรียกว่า BINET & SIMON SCALE ก็ดังและกลายเป็นมารตฐานวัดระดับเด็ก แพร่หลายไปทั่วยุโรปและสหรัฐ ไปจนทั่วโลกตอนนี้ รู้จักกันว่าเป็นตัววัดระดับสติปัญญาของคน ในความจริงแล้ว ในความคิดของ Binet  ผู้ออกแบบนั้น เขายอมรับว่า IQ TEST นั้นไม่ได้มีหลักฐานพอที่จะวัดระดับสติปัญญาของคนได้ครบถ้วน เพราะยังขาดการวัดที่เหมาะสมสำหรับเรื่องของความคิดสร้างสรรค์และEQ. ความฉลาดทางอารมณ์ 

(ที่มา) https://www.businessinsider.com/iq-tests-dark-history-finally-being-used-for-good-2017-10

 

หลังจากมี IQ TEST ขึ้นมาบนโลก มันก็ถูกใช้ไปในทางที่บิดไปจากเจตนาเดิมไปมาก ตั้งแต่ไปใช้เป็นเกณฑ์ทดสอบการสอบเข้ากองทัพของสหรัฐ ไปจนใช้ตัดสินระดับสติปัญญาของคนเพื่อกดขี่ข่มเหงในฐานะที่ด้อยสติปัญญา!โชคดีที่เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นและจบลงไปหลายสิบปีแล้ว  คิดดูว่าถ้าเราถูกจะต้องถูกตัดสินว่าเป็นคนชนชั้นไหนจากผลการทดสอบ IQ TEST เราจะเป็นอย่างไร???

 

แม้ว่าปัจจุบัน IQ TEST ยังคงเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกในในเรื่องของการวัดระดับสติปัญญา (เหมือนเดิม) เพียงแต่ไปในทางยกย่องคนที่มี IQ สูงๆ มากกว่าจะมีผลกระทบต่อคนที่ได้คะแนนน้อยๆ ผลพวกของ   IQ TEST ที่ยังมีจุดอ่อนนั้นได้ส่งผลกระทบความเชื่ออย่างหนึ่งของคนของข้างมากจนถึงปัจจุบันก็คือ ความเชื่อที่ว่า คนที่เก่งด้านคำนวณ (ตรรกะสมองซีกซ้าย) เป็นคนฉลาด (และดูฉลาดกว่าคนเก่งสมองซีกขวาหรือด้านศิลปะและ EQ) เนื่องจาก IQ TEST แรกนั้น วัดผลเรื่องของตรรกะ การคำนวณ เพราะวัดผลง่ายกว่า ผลก็คือ สังคมต่างยกย่องเด็กสายวิทย์ คนเก่งเลข รวมไปถึงเด็ก หากจะวัดว่าเด็กคนไหนเก่ง ฉลาด ให้ดูคะแนนวิชา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เป็นหลัก  เด็กที่อ่อนหรือไม่ถนัดวิชาทางคำนวณและตรรกะจึงกลายเป็นเด็กไม่เก่ง ไม่ฉลาดอย่างที่สังคมต้องการ

 

และความที่ถูกตีตราว่า ไม่เก่ง ไม่ฉลาด (แรงกว่านี้ก็คือ โง่ เรียนอ่อน หัวไม่ดี )เพียงเพราะไม่ได้เก่งตามที่มาตรฐานที่สังคมคาดหวังไว้ ส่งผลให้เด็กบางคนมี Mindset ไม่ก้าวหน้า หรือที่เรียกว่า Fixed mindset ได้ง่ายมาก เด็กเหล่านี้จะเหมือนถูกฝังชิพในสมองไปแล้วว่า ฉันหัวไม่ดี ไม่เก่ง คงเอาดีไม่ได้ อย่าหวังสูง เรียนไปก็เท่านั้น พยายามให้ตายยังไงก็ไม่ดีไปกว่านี้เท่าไหร่ เพราะสมองไม่ดี เรียนไม่เก่ง 

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าเป็นห่วงมากสำหรับคนที่มี Fixed mindset เพราะชีวิตจะติดในกรอบขีดจำกัดที่ตัวเองไม่กล้าทะลุออกไป ถูกกักขังด้วยความคิดของตัวเองจนไม่กล้าแม้แต่จะฝัน 


 

ใส่ I CAN แทน IQ 

ในฐานะพ่อแม่ คงไม่มีใครอยากให้ลูกหลานมีความคิดไม่ก้าวหน้า สิ่งที่เราจะต้องทำคือ ใช้หลัก I CAN แทนที่จะใส่ใจเรื่อง IQ หรือความเก่ง ที่วัดจากคะแนนสอบ วัดจากเกรดเท่านั้น  I CAN เป็นหนึ่งในรากฐานสำหรับเรื่อง EF Excutive Function การพัฒนาศักยภาพสมองของลูกตั้งแต่ยังเด็ก 

 

I CAN คือความเชื่อมั่นในตัวเองว่า ฉันทำได้ ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน ฉันทำได้ ซึ่งความรู้สึกมั่นใจจากภายในนี้ ต้องถูกสร้างตั้งแต่วัยเด็ก เริ่มจากการที่พ่อแม่ประคับประคองลูกแต่พอควร เมื่อถึงวัยที่ต้องปล่อยมือก็ต้องปล่อย เหมือนเด็กจะกล้าก้าวเดินอย่างมั่นใจได้อย่างไร ถ้าพ่อแม่เอาแต่อุ้มตลอดเวลา การให้เด็กทำอะไรด้วยตัวเองในช่วงวัยที่เหมาะสม เช่นการกินข้าว การติดกระดุม การผูกเชือกรองเท้า ไปจนเมื่อโตขึ้นก็ช่วยงานบ้านได้ ดูแลตัวเองได้ ทั้งหมดจะสั่งสม I CAN เด็กที่มี

 

ทำไมงานบ้านจึงสำคัญต่อ I CAN

เคยมีการข่าวที่มีการแชร์ออกไปอย่างกว้างขวางว่า มีสถานศึกษาแห่งหนึ่ง มีการทดสอบการรีดผ้า ก่อนจบการศึกษา เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันเยอะมาก ซึ่งสำหรับผู้ใหญ่จะมีความสงสัยว่า งานรีดผ้า ไม่ใช่สิ่งที่ทำเป็นประจำที่บ้านอยู่แล้วหรือ เพราะจริงๆแล้ว เด็กๆในปัจจุบันมีจำนวนน้อยมากที่มีหน้าที่ทำงานบ้าน 

 

การทำงานบ้าน เช่น ล้างจาน  ซักผ้า ตากผ้า พับผ้า รีดผ้า ถูบ้าน รดน้ำต้นไม้ หรือช่วยทำครัว ปลูกต้นไม้ ดูแลสัตว์เลี้ยง ล้วนมีความสำคัญต่อการพัฒนาสมอง เพราะเป็นงานที่ต้องลงมือทำ ไม่ใช่แต่ดูจอหรือใช้นิ้วจิ้มลากๆไปเหมือนเกมในไอแพด การปลูกต้นไม้ในจอ ต่างจากการทำสวนจริงๆอย่างมาก การทำงานบ้านจริง ต้องอาศัยการวางแผนจากสมองสั่งงานว่าจะเริ่มจากอะไร ไปอย่างไรต่อ จนจบที่ไหน ยิ่งถ้าเด็กๆอยากทำงานให้เสร็จเร็วๆเพื่อจะได้ไปเล่น ก็ยิ่งต้องวางแผน ให้ดี ทำอย่างไรจึงจะเสร็จเร็วและไม่โดนดุให้ทำซ้ำด้วย ถ้ากล้ามเนื้อมือมัดเล็ก อย่างนิ้วมือ และแขนขามีกำลังแข็งแรง เด็กๆจะปฏิบัติงานนี้ให้เสร็จได้ไม่ยากเกินไป เมื่อทำงานเสร็จแล้วได้รับคำชม ก็จะบันทึกเป็น I CAN จาก I CAN เล็กๆสะสมรวมกันเติบโตเป็น  Self- Esteem การเห็นคุณค่าในตัวเองต่อไป

 

I CAN = Growth Mindset 

ความเชื่อมั่นว่า ฉันทำได้ เป็น Mindset ของคนที่พร้อมจะเติบโต  การที่บอกตัวเองว่า ฉันทำได้ ไม่ได้เท่ากับว่าทุกเรื่องที่ทำจะประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก หรือไม่เคยล้มเหลวเลย เพียงแต่คนที่มีความคิดแบบ Growth Mindset อย่าง I CAN จะไม่กลัวที่จะล้มเหลว หรือ ไม่กล่าวโทษใครหรืออะไร หรือสมน้ำหน้าตัวเองว่า เห็นมั้ย เธอมันไม่เก่ง ทำไม่ได้หรอก แบบพวก Fixed Mindset ทำ Growth Mindset จะบอกตัวเองว่า สิ่งนั้นคือบทเรียนที่ต้องกลับมาดูว่า ทำไมจึงไม่สำเร็จแล้วหาทนทางใหม่ๆที่ทำให้สำเร็จให้ได้ 

 

I CAN ดีจะเพิ่ม IQ แค่ไหนก็ได้

คนที่มีความเชื่อมั่นว่า ตัวเองทำได้ จะไม่ย่อท้อ แม้กระทั่งเรื่องทดสอบเรื่องคะแนน (แบบ IQ) เราเคยเห็นเด็กที่เรียนไม่เก่งพอก่อน เป็นเด็กหลังห้องมากมาย แต่เมื่อถึงวันที่จะทำให้ได้ก็สามารถกระโดดข้ามชนะได้ หรือนักกีฬาที่เคยได้ชื่อว่า แย่ที่สุด แต่เมื่อวันที่เกิดความมั่นใจในตัวเองที่แข็งแรงพอก็สามารถกลายเป็นดาวเด่นได้

 

I CAN - I CAN - I CAN เมื่อมั่นใจในเรื่องเล็กๆได้ก็มั่นใจในเรื่องใหญ่ๆได้

ก่อนที่จะมีโชว์เดี่ยว โนส อุดม แต้พานิช  มักจะมีการแสดงทดสอบมุกก่อนเสมอในสถานที่เล็กๆ การได้รู้สึกว่าทำได้แล้วสักหนึ่งรอบ แม้จะเป็นรอบเล็กๆ ไม่ใช่แค่เพื่อดูว่า มุกนั้นได้รับการตอบรับดีแค่ไหนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างการจดจำความสำเร็จให้สมอง เหมือนป้อนอาหารคำเล็กๆให้สมอง จนสมองเชื่อว่า ยังไงก็ดีแน่ๆ 

การให้ลูกเริ่มมีประสบการณ์ความสำเร็จเล็กๆในเวทีเล็กๆ เรื่องเล็กๆเหมือนค่อยๆสร้างเส้นทางความเชื่อมั่น จากถนนลูกรัง กลายเป็นถนนคอนกรีต กฎสำคัญในการสร้าง I CAN คือการอย่าเพิ่งรีบเข้าไปช่วยเร็วเกิน ไม่ว่าจะ    การบ้านหรืองานอะไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าลูกทำไม่ได้ พ่อแม่หลายคนรีบบอกคำตอบทันทีหรือยื่นมือเข้าไปช่วยทันที นั่นคือการขโมย I CAN ไปจากลูกทันที เพราะสมองลูกจะเกิดคำว่า I CAN’T ทำไม่ได้ แม่ช่วยหน่อยในข้อต่อมาทันที 

พ่อแม่ต้องใจเย็นๆ หาวิธีอื่นๆ หรือสอนใหม่อีกครั้ง หรือทำตัวอย่างให้ง่ายลง ให้ลูกรู้สึกว่า ทำได้ไปเรื่อยๆ จนมีความมั่นใจมากขึ้น และเมื่อทำเรื่องที่ยากๆได้สำเร็จ อย่าลืมชื่นชมยินดีให้สมองได้จดจำวไว้ว่า ลูกก็ทำได้ 
























 

สอนลูกให้ I CAN สำคัญกว่า IQ

นุกูล ลักขณานุกุล

PERSONALIZE PATHWAY CURRICULUM LEADER

ผู้แปลหนังสือมั่งคั่งระดับตำนาน หนังสือเพื่อมุ่งเข้าใจตัวตน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับโลก ในศตวรรษที่ 21