หนูเศร้าอยู่…ใครรู้บ้าง

หนูเศร้าอยู่…ใครรู้บ้าง

เรื่องจริงสำหรับชีวิตของคนส่วนใหญ่ก็คือ เรารักพ่อกับแม่มากและเรื่องจริงที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ…เราอยากได้รับความรักจากพ่อกับแม่มากเช่นกัน

 

เมื่อถึงวันที่นัทต้องทำหน้าที่คุณแม่ลูกสอง และยังอยู่ในช่วงที่เขายังเล็กมาก ลูกทั้งสองจึงต้องการแม่มากเช่นกัน ซึ่งมีหลายครั้งที่นัทรู้สึกเหนื่อยกับการที่ต้องมีลูกติดไปไหนมาไหนด้วยตลอดถึงสองคน
 

แต่ลูก ๆ ก็ทำให้นัทรู้สึกว่า
“โชคดีจังเลยที่มีคนให้ความรักที่บริสุทธิ์แก่เราถึงสองคน”
‘แม่’ จึงเป็นบทบาทที่สำคัญที่สุดตั้งแต่ลูกเกิดเลย

 

แม่คือคนแรกที่ลูกสัมผัสได้ถึงความรักและความอบอุ่น ขอเพียงอย่าทำให้ความรู้สึกนี้หายไปในระหว่างที่เขาเริ่มแสดงความเป็นตัวตนออกมา เมื่อลูกเริ่มแสดงความต้องการในขณะที่แม่กำลังยุ่งวุ่นวาย อารมณ์ที่ยังไม่เย็นลงผสมกับการยึดบทบาทความเป็นแม่ที่ต้องการให้ลูกได้อย่างใจมันผสมกันจนทำให้เราหงุดหงิดใส่ลูก
 

จุดนี้เองที่สร้างระยะห่างให้แม่กับลูกโดยไม่รู้ตัว และสร้างภาพจำให้กับลูกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไปเมื่อลูกมีปัญหาอะไร เขาก็คิดว่าตัวเองต้องยิ้มและเก็บกดไว้ เพราะกลัวว่าถ้าบอกเราไปก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบเดิมอีกหรือไม่ เสียงในใจลูกก็คงประมาณว่า “เก็บไว้เองดีกว่า เราคงหาทางออกได้มั้ง” ซึ่งเป็นธรรมดาของคนที่เจอปัญหาที่มักไม่เจอทางออกเมื่อยังจมอยู่ในปัญหานั้น

 

เพราะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ เมื่อเราเติบโตขึ้นเราจึงไม่ค่อยปรึกษาพ่อแม่ เราจึงหาทางออกจากความคิดในรูปแบบที่ผิดต่อไป เราจึงจมอยู่กับปัญหาของตัวเองโดยไม่กล้าบอกใคร

 

วันนี้ เมื่อนัทเป็นแม่ นัทสัญญากับตัวเองว่าจะขอสร้างภาพจำในหัวลูกว่า “แม่คนนี้จะรักษาความอบอุ่นและความรักที่มีต่อลูกอย่างสม่ำเสมอ แล้วเราจะผ่านทุกความเศร้าและทุกปัญหาไปด้วยกัน”

หนูเศร้าอยู่…ใครรู้บ้าง

ครูณัฎฐ์ - สิริณัฏฐ์ จันทพัฒน์

FOUNDER

การได้เรียนรู้ ได้เข้าใจธรรมชาติของการอยู่กับเด็กๆ ได้มองเห็นความแตกต่างในตัวเด็กแต่ละคน และได้ช่วยพัฒนาความถนัดและความชอบของเด็กๆ ให้กลายเป็นอัจฉริยภาพในตัวของพวกเขา